รับทำ SEO สายขาว
เชิงกลยุทธ์ ที่วัดผลได้จริง
วางรากฐานที่ Google เลือกคุณก่อนคู่แข่ง
เมื่อทำ SEO ถูกต้อง ผลลัพธ์จะสะสมและเติบโตทุกเดือน ไม่ใช่แค่ช่วงสั้นๆ
SEO ที่แท้จริงไม่ใช่การไล่ตาม Algorithm แต่คือการสร้างเว็บไซต์ที่ตอบสนองต่อสิ่งที่ Google และผู้ใช้ต้องการจริงๆ อย่างสอดคล้องกัน
แว่น Talk Marketing ให้บริการรับทำ SEO สายขาวโดยทีมผู้เชี่ยวชาญประสบการณ์ตรงมากกว่า 16 ปี ดูแลลูกค้ามาแล้วกว่า 300 แห่งทั่วประเทศ ทั้ง SME, คลินิก, e-Commerce, โรงพยาบาลเอกชน และแบรนด์ระดับประเทศ
ลงทะเบียน SEO Audit ฟรี กับ แว่น Talk Marketing
แว่น Talk Marketing ชวนคุณมาเปิดเช็กลิสต์ SEO ของเว็บไซต์อย่างตรงจุด เพื่อเพิ่ม Traffic และโอกาสสร้างยอดขายแบบ Organic
หลังจากส่งฟอร์มสำรวจเรียบร้อยแล้ว เราจะส่ง SEO Audit กลับไปให้คุณเช็กแบบเต็มๆ ทางอีเมลโดยเร็วที่สุด ภายในวันทำการ (จันทร์-ศุกร์ 08.30-17.30 น.) ครับ

ทำไมจึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาว
เปรียบเทียบช่องทางการตลาดออนไลน์
SEO สายขาวไม่ใช่ทางเลือกสำหรับคนที่อยากรอ แต่คือทางเลือกสำหรับคนที่อยากให้ธุรกิจเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ
พื้นฐานที่ต้องเข้าใจก่อน
Google ไม่ได้วัดแค่ Keyword
แต่วัดว่าเว็บคุณ “สมควร” อยู่หน้าแรกหรือเปล่า ?
หลายธุรกิจทำ SEO มาหลายปีแต่ไม่เคยได้ผล เพราะมองว่า SEO คือการยัด Keyword ให้ครบ แต่จริงๆ แล้ว Google ประเมินจากระบบคะแนนที่ซับซ้อนกว่านั้นมาก และเราออกแบบกระบวนการของเราให้ตอบทุกสัญญาณที่ Google ใช้วัด

3 เสาหลักที่ Google ประเมินเว็บไซต์
ที่จะนำไปแสดงผลบน Google Search
ก่อนที่ Google จะตัดสินว่าเนื้อหาของคุณดีหรือไม่? Googlebot ต้องสามารถ เข้าถึง, อ่าน และเข้าใจ เว็บไซต์ได้ก่อน
เว็บที่มีปัญหา Technical ถือว่าล้มเหลวตั้งแต่ด่านแรก แม้เนื้อหาจะดีแค่ไหนก็ตาม ปัญหา Technical ที่เจอบ่อยที่สุด
Google ไม่ได้จับคู่ Keyword แบบตรงๆ อีกต่อไป แต่ใช้ Natural Language Understanding ผ่านระบบอย่าง BERT และ MUM
เพื่อเข้าใจว่าเนื้อหาตอบ “ความต้องการที่แท้จริง” ของผู้ค้นหาหรือเปล่า เนื้อหาที่มี Keyword ครบแต่ตอบผิด Intent จะไม่มีทางติดอันดับที่ดีได้
สัญญาณ Authority มาจากทั้ง On-Page (ความเชี่ยวชาญที่แสดงให้เห็นในเนื้อหา) และ Off-Page (ว่าแหล่งข้อมูลอื่นๆ พูดถึงคุณอย่างไร)
ในยุค Helpful Content Update และ E-E-A-T Algorithm Google ให้น้ำหนักสัญญาณ Trust มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่ม YMYL (Your Money Your Life) อย่างคลินิก, การเงิน และกฎหมาย
Algorithm Update ที่เปลี่ยนเกม SEO ตลอดกาล
เกณฑ์ชี้วัด E-E-A-T
มาตรฐานที่ Google ใช้ตัดสินว่าเว็บใดควรอยู่หน้าแรก
Helpful Content Update ทำให้ E-E-A-T เป็นปัจจัยสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของการจัดอันดับ เว็บที่แสดง E-E-A-T ชัดเจนจะได้เปรียบโดยตรงทั้งใน Google Search และ AI Overview


Experience
ประสบการณ์ตรง
เนื้อหาที่เขียนโดยคนที่ “ใช้งานจริง” หรือ “ผ่านประสบการณ์จริง” มาแล้ว เช่น รีวิวจากผู้ใช้จริง, กรณีศึกษาจากโปรเจกต์จริง ไม่ใช่การรวบรวมข้อมูลมาเขียนใหม่

Expertise
ความเชี่ยวชาญ
เนื้อหาต้องมาจากผู้ที่มีความรู้เชิงลึกในเรื่องนั้นจริงๆ มีผู้เขียนที่ระบุตัวตนได้ชัดเจน และ Credentials ที่ตรวจสอบได้

Authoritativeness
ความเป็นแหล่งอ้างอิง
เว็บไซต์เป็นที่ยอมรับในวงการหรือไม่ วัดจากแหล่งอื่นๆ พูดถึงหรืออ้างอิงคุณบ้างไหม ไม่ใช่แค่ตัวคุณบอกเองว่าเชี่ยวชาญ

Trustworthiness
ความน่าเชื่อถือ
ปัจจัยหลักที่ครอบคลุม EEA ทั้งหมด รวมถึง HTTPS, ข้อมูลติดต่อชัดเจน, Privacy Policy และความโปร่งใสของเนื้อหา
จับจุดกลุ่มลูกค้าด้วย Search Intent
เหตุผลที่หลาย Keyword ที่ “ดูดี” บน Paper แต่ไม่เคยแปลงเป็นลูกค้า
คำค้นหา 1 คำอาจมี Intent ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง การเลือก Keyword โดยดูแค่ Search Volume คือความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดในงาน SEO เราไม่ได้สุ่มทำเนื้อหา แต่ Map คีย์เวิร์ดทุกตัวให้ตรงกับ Intent ของกลุ่มเป้าหมายในแต่ละ Stage
ตัวอย่าง การเลือกคีย์เวิร์ดโดยไม่คำนึงถึง Search Intent
สิ่งที่มักพลาด ในการเลือกคีย์เวิร์ด
คลินิกลดน้ำหนักทำ SEO คำว่า “ลดน้ำหนัก” ซึ่งเป็น Informational Intent แต่ Landing Page เป็นหน้าบริการ
สิ่งที่จะเกิดขึ้น
Google เห็น Mismatch แล้ว Bounce Rate พุ่ง อันดับร่วงทันที เราแก้ด้วยการสร้างหน้า Informational แยก แล้ว Bridge ไปยังหน้าบริการ
Keyword Strategy เชิงลึก
ไม่ใช่แค่หาคำที่ Search Volume สูง
Keyword ที่ดีต้องสมดุลระหว่าง Volume, Difficulty, Intent และ Business Value
กระบวนการเลือก Keyword ของเราครอบคลุมทุกมิติ และออกแบบให้ได้ทั้ง Quick Win ระยะสั้นและ Authority ระยะยาว
ลงทะเบียน SEO Audit ฟรี กับ แว่น Talk Marketing
หลังจากส่งฟอร์มสำรวจเรียบร้อยแล้ว เราจะส่ง SEO Audit กลับไปให้คุณเช็กแบบเต็มๆ ทางอีเมลโดยเร็วที่สุด ภายในวันทำการ (จันทร์-ศุกร์ 08.30-17.30 น.) ครับ
Keyword Matrix ที่เราสร้างให้ทุก Client
Keyword SEO ที่คนส่วนใหญ่เลือก vs เราเลือก
Keyword SEO ที่คนส่วนใหญ่ พุ่งเป้าคำกว้าง Volume สูง (KD 68–92) แต่ติดยาก ใช้เวลานาน และอาจไม่เกิดยอดขายจริง Keyword SEO ที่แว่น Talk เราเลือกเริ่มจากคำเฉพาะเจาะจงที่ KD ต่ำ (15–22) ติดหน้าแรกได้ไว คนค้นหาพร้อมซื้อทันที เพื่อสร้าง Quick Win ทำเงินได้ก่อน พร้อมสะสม Authority ไว้ดันคำใหญ่ในสเต็ปถัดไป
Informational
Keyword Intent
Commercial Mixed
Keyword Intent
Transactional
Keyword Intent
Commercial
Keyword Intent
เราไม่ได้บอกว่า Keyword ไหน “ดี” หรือ “ไม่ดี” แต่จัดลำดับว่าควรเริ่มตรงไหนก่อนให้เหมาะกับ Authority ของเว็บ ณ วันนั้น แล้วค่อยๆ ขยับขึ้นไปแข่ง Keyword ที่ยากขึ้นเมื่อรากฐานแข็งพอ
โครงสร้างที่ทำให้ Google มองว่าคุณคือผู้เชี่ยวชาญ
การเขียนบทความแบบสุ่มไม่ส่งผลระยะยาว เราวางโครงสร้าง Topic Cluster ที่เชื่อมทุกชิ้นเนื้อหาเข้าหากันอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ Google เข้าใจว่าเว็บคุณเป็น “Authority” ในหัวข้อนั้น ไม่ใช่แค่มีบทความเกี่ยวกับเรื่องนั้น

Human-Centric AI Framework
สูตรผสมที่แก้ปัญหา AI Content ได้จริง
Helpful Content Update ลงโทษเนื้อหาที่ผลิตด้วย AI 100% โดยไม่มีการปรับแต่ง แต่ปฏิเสธ AI ทั้งหมดก็ไม่ใช่คำตอบ เราใช้สูตรที่สมดุลระหว่างประสิทธิภาพและคุณภาพ
สร้าง Blueprint จาก Data จริง
ใช้ AI สกัดโครงสร้างหัวข้อ (H2, H3) ที่ครอบคลุมคำถามที่คนอยากรู้จากทั่วอินเทอร์เน็ต วิเคราะห์ SERP ของ Top 10 เพื่อดูว่า Google ให้รางวัลกับ Content Format ใด
เติมสิ่งที่ AI ทำไม่ได้
ผู้เชี่ยวชาญเติม First-hand Experience, Case Study จากโปรเจกต์จริง, Insight ที่มาจากการทำงานกับลูกค้า 300+ ราย และข้อมูล Industry-specific ที่ AI ไม่มีในฐานข้อมูล
วางทุกอย่างในตำแหน่งที่ถูกต้อง
ใส่ Keyword ใน Title Tag, Meta Description, URL Slug, H1, Alt Text รูปภาพ แบบธรรมชาติ ไม่มี Keyword Stuffing ใส่ LSI Keywords และ Semantic Entities ที่เกี่ยวข้อง
ตรวจสอบก่อนส่ง Index ทุกครั้ง
ตรวจสอบ Readability, Fact Accuracy, E-E-A-T Signals, Internal Link และ Technical On-Page ก่อนเผยแพร่ทุกชิ้น ไม่มีเนื้อหาใดผ่าน QC แบบอัตโนมัติโดยไม่มีคนดู
บริการรับทำ SEO ครบวงจร
5 มิติบริการ SEO ที่ต้องทำงานพร้อมกันจึงได้ผล
ขาดมิติใดมิติหนึ่ง ผลลัพธ์จะไม่สมบูรณ์ เหมือนสร้างบ้านได้เสร็จแต่ไม่มีไฟฟ้า เราดูแลครบทั้ง 5 มิติในโปรเจกต์เดียว
เพราะคำตอบที่ถูกต้องอยู่บนหน้า Google อยู่แล้ว
ก่อนที่เราจะลงมือเขียนบทความหรือปรับหน้าใดๆ เราเข้าไปวิเคราะห์ SERP ของ Target Keyword ก่อนเสมอ เพราะ Google “แสดง” อยู่แล้วว่าต้องการเห็นอะไรในหน้าแรก
KPI ที่เราใช้วัดผล
เราไม่วัดแค่อันดับ แต่วัดที่ผลลัพธ์ทางธุรกิจ
ติดอันดับ 1 แต่ไม่มีคนคลิก หรือคลิกแล้วกดออกทันที ไม่มีประโยชน์ต่อธุรกิจคุณเลย
Visibility
Impression
จำนวนครั้งที่ปรากฏบน Google สัญญาณแรกว่า SEO เริ่มส่งผล
CTR %
Click-Through Rate (CTR)
Title & Meta ที่ดีเพิ่ม CTR ได้โดยไม่ต้องขยับ Rank
Sessions
Organic Traffic & Revenue (GA4)
จำนวน Session จาก Organic Search เติบโตทุกเดือน
Revenue
Lead & Conversion
ผลลัพธ์สุดท้ายที่วัดคุ้มค่า SEO ได้จริง
Authority
Backlink & Domain Authority Growth
DA และจำนวน Backlink คุณภาพสูงที่เพิ่มขึ้นรายเดือน
ผลลัพธ์ จากลูกค้าที่เราดูแล
แพ็กเกจรับทำ SEO
*ราคาสุดท้ายขึ้นอยู่กับ Keyword Difficulty และโครงสร้างเว็บไซต์ปัจจุบัน
Single Focus
เหมาะสำหรับธุรกิจที่มี Keyword หลักชัดเจน 1 คำ- เห็นผลภายใน 4–6 เดือน (ขึ้นอยู่กับการแข่งขันของคีย์เวิร์ด)
- อัปเดตความคืบหน้าทุก 15 วัน
- รายงานผลฉบับเต็มทุกสิ้นเดือน พร้อมข้อมูลอันดับคีย์เวิร์ด
- ตรวจสุขภาพเว็บไซต์ทั้งหมด (Site Audit)
- วิเคราะห์และเลือกคีย์เวิร์ด 1 คีย์เวิร์ด
- ปรับโครงสร้างและเนื้อหาหน้าเว็บ 1 หน้า
- บทความ SEO 5 บทความ/เดือน
- ทำคอนเทนต์ลงโซเชียล 1 คอนเทนต์/เดือน
- ลบลิงก์คุณภาพต่ำที่ส่งผลเสียต่ออันดับ
Group Focus
เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการสร้าง Organic Channel ระยะยาว- สัญญา 6 หรือ 12 เดือน (ขึ้นอยู่กับความแข่งขันของคีย์เวิร์ด)
- อัปเดตความคืบหน้าทุก 15 วัน
- รายงานผลฉบับเต็มทุกสิ้นเดือน พร้อมข้อมูลอันดับคีย์เวิร์ด
- ตรวจสุขภาพเว็บไซต์ทั้งหมด (Site Audit)
- วิเคราะห์และเลือกคีย์เวิร์ด ตามจำนวนคีย์ที่เลือกใช้บริการ
- ปรับโครงสร้างและเนื้อหาหน้าเว็บ ตามจำนวนคีย์ที่เลือกใช้บริการ
- บทความ SEO 5 บทความ/เดือน
- ทำคอนเทนต์ลงโซเชียล 4 คอนเทนต์/เดือน
- ลบลิงก์คุณภาพต่ำที่ส่งผลเสียต่ออันดับ

ทำไมต้องเลือกทำ SEO กับแว่น Talk Marketing
คำถามที่พบบ่อย ก่อนเริ่มทำ SEO
FAQ เกี่ยวกับบริการรับทำ SEO
SEO คืออะไร และทำงานอย่างไร?
SEO (Search Engine Optimization) คือกระบวนการปรับปรุงเว็บไซต์ให้ Google เลือกนำเสนอในหน้าแรกของผลการค้นหา เมื่อกลุ่มเป้าหมายค้นหาสินค้าหรือบริการที่เกี่ยวข้อง โดยไม่ต้องจ่ายค่าโฆษณาต่อคลิก
Google ประเมินเว็บไซต์จากสัญญาณมากกว่า 200 ปัจจัย ครอบคลุมทั้งโครงสร้างเทคนิคหลังบ้าน คุณภาพและความเกี่ยวข้องของเนื้อหา และความน่าเชื่อถือของเว็บในสายตาของแหล่งข้อมูลอื่น SEO ที่ดีคือการปรับปรุงทุกสัญญาณเหล่านี้ให้ส่งเสริมกัน ไม่ใช่การหลอก Algorithm
SEO กับ Google Ads ต่างกันอย่างไร ควรเลือกอันไหนก่อน?
Google Ads คือการซื้อตำแหน่งบนหน้าแรก จ่ายปุ๊บขึ้นทันที หยุดจ่ายหายทันที SEO คือการสร้างความน่าเชื่อถือจนได้ตำแหน่งโดยไม่ต้องจ่ายรายคลิก ผลช้ากว่าแต่สะสมและอยู่ได้นาน
สำหรับธุรกิจที่เพิ่งเริ่ม หากต้องการยอดขายทันที Google Ads ตอบโจทย์ได้เร็วกว่า แต่ถ้าต้องการสร้าง Organic Channel ที่เป็น Asset ระยะยาว SEO คือการลงทุนที่คุ้มค่ากว่าในระยะ 6–12 เดือนขึ้นไป ธุรกิจส่วนใหญ่ที่ได้ผลลัพธ์ดีที่สุดคือทำควบคู่กันในช่วงแรก แล้วค่อยลด Ads Budget ลงเมื่อ SEO เริ่มส่งผล
SEO เหมาะกับทุกประเภทธุรกิจไหม?
เหมาะกับธุรกิจที่กลุ่มเป้าหมายมีพฤติกรรมค้นหาผ่าน Google ซึ่งครอบคลุมเกือบทุกประเภท ทั้ง B2C, B2B, Local Business, e-Commerce, Healthcare และ Professional Services
ธุรกิจที่ได้ผลจาก SEO ดีที่สุดคือธุรกิจที่มี Consideration Period คือกลุ่มเป้าหมายใช้เวลาค้นหาข้อมูลก่อนตัดสินใจ เช่น คลินิก, สำนักกฎหมาย, ผู้รับเหมา, Software และ B2B Services ส่วนธุรกิจที่ตัดสินใจซื้อแบบ Impulse Buy ล้วนๆ SEO ยังได้ผล แต่อาจได้ผลน้อยกว่า Social Media
ต้องเตรียมอะไรก่อนเริ่มทำ SEO?
สิ่งที่จำเป็นที่สุดคือ Admin Access ของเว็บไซต์, Google Analytics 4 และ Google Search Console ที่ติดตั้งและเชื่อมต่อถูกต้อง หากยังไม่มี เราช่วยตั้งค่าให้ได้
ข้อมูลที่ช่วยให้ Initial Audit แม่นยำขึ้น ได้แก่ กลุ่มเป้าหมายที่ต้องการเข้าถึง, จุดแข็งของธุรกิจเทียบกับคู่แข่ง, Keyword ที่เคยลองทำหรือสนใจ และหากเคยทำ SEO มาก่อน ให้แจ้งว่าใช้เทคนิคอะไรบ้าง เพราะ SEO สายเทา/ดำในอดีตอาจมีผลตกค้างที่ต้องแก้ไขก่อน
ทำ SEO เสร็จแล้ว อยากต่อยอดไปยัง AI Search ต้องทำอะไรเพิ่ม?
SEO Foundation ที่แข็งแรงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดสำหรับ AI Search เพราะทั้งสองระบบให้ค่าสัญญาณคล้ายกัน สิ่งที่ต้องทำเพิ่มเพื่อให้ครอบคลุม AI Search โดยเฉพาะ ได้แก่ การตรวจสอบว่า AI Crawler เข้าถึงเว็บได้ (บางเว็บบล็อก GPTBot โดยไม่รู้ตัว), การจัดโครงสร้างเนื้อหาแบบ Conversational ที่ AI หยิบไปสรุปคำตอบได้ง่าย และการสร้าง Brand Mention จากแหล่งภายนอกที่ AI ใช้อ้างอิง ซึ่งทั้งหมดนี้อยู่ในบริการ AI Search Optimization (GEO) ที่เราให้บริการแยกต่างหาก
FAQ เกี่ยวกับผลลัพธ์และการวัดผล
SEO ใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะเห็นผล?
โดยทั่วไปจะเริ่มเห็น Ranking Movement ที่มีนัยสำคัญในช่วงเดือนที่ 3–4 และ Organic Traffic เพิ่มชัดเจนในเดือนที่ 5–6 Keyword ที่แข่งขันสูงอาจใช้เวลา 8–12 เดือน
ตัวแปรที่ส่งผลต่อระยะเวลา ได้แก่ ความแข่งขันของ Keyword ในอุตสาหกรรม, Domain Authority เดิมของเว็บ, สภาพ Technical SEO ก่อนเริ่มงาน และความถี่ในการผลิตเนื้อหา เราประเมิน Timeline เฉพาะของธุรกิจคุณได้หลัง Initial Audit
การันตีอันดับ 1 ได้ไหม?
ไม่มีผู้ให้บริการ SEO ที่น่าเชื่อถือรายใดการันตีอันดับ 1 ได้ เพราะ Google ควบคุม Algorithm และปรับเปลี่ยนสัญญาณมากกว่า 200 ปัจจัยอยู่ตลอดเวลา
สิ่งที่เราการันตีคือกระบวนการที่ถูกต้องตามมาตรฐาน White Hat, การรายงานที่โปร่งใสทั้งข้อมูลที่ดีและที่ยังต้องแก้ไข และการปรับกลยุทธ์อย่างต่อเนื่องตาม Data จริง ระวังเอเจนซีที่การันตีอันดับล่วงหน้า เพราะมักหมายถึงการใช้เทคนิคเสี่ยงที่อาจส่งผลเสียในระยะยาว
ถ้าหยุดทำ SEO อันดับจะหายทันทีไหม?
ไม่หายทันทีเหมือนการหยุดยิงโฆษณา อันดับที่สร้างจาก SEO สายขาวจะยังคงอยู่แม้หยุดการดูแล เพราะมาจาก Authority ที่สะสมจริง ไม่ใช่การเช่าตำแหน่ง อย่างไรก็ตาม หากคู่แข่งยังพัฒนาเนื้อหาและ Backlink ต่อเนื่อง ระยะห่างจะค่อยแคบลงตามเวลา SEO จึงได้ผลดีที่สุดเมื่อทำอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่ทำครั้งเดียวแล้วหยุด
เว็บไซต์แบบไหนที่ทำ SEO แล้วได้ผลเร็วที่สุด?
เว็บที่มีแนวโน้มเห็นผลเร็วกว่าค่าเฉลี่ยมักมีลักษณะดังนี้ หนึ่งคือเว็บที่มีอายุอยู่แล้วและมี Content บ้าง แต่ยังไม่ได้รับการปรับแต่งอย่างถูกต้อง เพราะ Google รับรู้ Domain อยู่แล้วและ Trust ขั้นต้นมีอยู่ สองคือเว็บที่อยู่ใน Niche ที่คู่แข่งยังไม่แข็ง สามคือเว็บที่มีหน้าที่อยู่อันดับ 11–20 บน Google อยู่แล้ว เพราะการดัน Quick Win Keyword เหล่านั้นขึ้นหน้าแรกใช้เวลาน้อยกว่าการเริ่มจากศูนย์มาก
รายงานที่ได้รับทุกเดือนมีอะไรบ้าง?
- Overview Dashboard: ภาพรวมอันดับ Keyword ทั้งหมด (Top 1–20) พร้อมทิศทางความเคลื่อนไหวในรอบ 24 ชม., 7 วัน และ 30 วันในหน้าเดียว
- Main Keyword Tracking: เจาะลึก Keyword หลัก พร้อม URL ที่ติดอันดับ และสรุปรายการคำที่มีการเปลี่ยนแปลงขึ้น-ลงประจำวัน
- Keyword Group Report: แยกรายงานตามกลุ่มธุรกิจ/หมวดหมู่สินค้า เพื่อให้เห็นพัฒนาการของแต่ละส่วนอย่างชัดเจน
- Google Search Console Performance: สรุปจำนวนคลิก, การมองเห็น, CTR และอันดับเฉลี่ย เทียบกับ 28 วันก่อน พร้อมแยกตามอุปกรณ์และคำที่ทำ Traffic สูงสุด
- Google Analytics 4 Performance: สรุปจำนวนผู้ใช้งาน, Engagement Rate, ระยะเวลาบนเว็บ, สัดส่วนที่มาของ Traffic (Organic, Direct ฯลฯ) และหน้าเว็บยอดนิยม
- ส่วนเพิ่มเติม (Related Keywords): สรุป Keyword ใหม่ๆ ที่เริ่มติดอันดับ เพื่อชี้ช่องทางและโอกาสในการต่อยอดธุรกิจ
เริ่มต้นรับทำ SEO กับเรา
ปรึกษาเบื้องต้นฟรีโดย SEO Specialist โดยตรง ไม่ผ่าน Sales
อย่าปล่อยให้ลูกค้าที่กำลังหาคุณอยู่ เจอคู่แข่งก่อน






